Categories

แด่เธอ...คนเดียวจริงๆ

posted on 16 Feb 2009 14:19 by perritoaengaeng

อ่า....สำเร็จ

ทำได้เหมือนกันแฮะ..555

อาจจะไม่น่ารักเหมือนต้นแบบ..เอาน่า ทำด้วยหัวใจนี่นะ

เธอจรู้มั้ยน้า...ว่าตุ๊กตาตัวนี้...แด่เธอ...คนเดียวจริงๆ

 

 

edit @ 16 Feb 2009 14:59:58 by ミ★Kaemi ミ★

"..เมื่อวานนี้..เราพบกัน"

posted on 10 Nov 2008 03:11 by perritoaengaeng

 

                 

                   กลิ่นกาแฟหอมๆที่ฉันชงทิ้งไว้ที่โต๊ะตัวนั้นลอยมายั่วเย้า แต่ก็ไม่อาจทำลายสมาธิการพิมพ์เอกสารอยู่กับหน้าจอมอนิเตอร์ของฉันลงได้ เสียงระรัวของคีย์บอร์ดดังสม่ำเสมอเรียบเรื่อยอยู่อย่างนั้น.... 

                ผ่านนานไปเท่าไหร่ไม่รู้ จนฉันเริ่มปวดเมื่อยต้นคอจึงเงยหน้าขึ้นเหยียดแขนบิดตัวไปมา มองนาฬิกาจึงได้รู้ว่าล่วงเลยมาจนตีสองสิบสี่นาทีแล้ว ฉันเหลียวไปหากาแฟที่ชงทิ้งไว้จนเย็นชืด ลุกขึ้นไปหยิบแก้วใบนั้นขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมด...หากนี่เป็นสิ่งที่ดื่มแล้วทำให้มึนเมาสักนิด ความว้าวุ่นที่ยังคงวนเวียนอยู่ในความคิดตอนนี้นั้นคงลดน้อยลงบ้าง 

                ฉันทอดถอนลมหายใจ ระบายมันออกไปเชื่องช้า....แต่เนิบยาว ราวกับอยากจะให้ความกลัดกลุ้มข้างในที่มีอยู่ระเหยตามออกมาด้วย...ฉันนี่มันช่างอ่อนแอเสียจริง 

                "นี่...โอเครึเปล่าคะ"

                เสียงเพราะพริ้งหวานไหวยังดังก้องติดหู เธอถามเพราะอยากรู้จริงๆอย่างนั้นหรือ...... 

                เหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อเย็นยังคงกรุ่นอยู่ในความรู้สึก เพียงได้พบกับเธออีกครั้ง...ความอ่อนแอที่เก็บซ่อนไว้อย่างดีก็ถูกรื้อค้นออกมาเสียกระจุยกระจาย...........

............................... 

              

                "นี่ป๊า อยู่ไหนแล้วคะ" เสียงตามสายถามขึ้นอย่างร้อนรน

                "อ๋อ อยู่ข้างนอกนี่เอง ม้าล่ะอยู่ไหน" ฉันตอบกลับ หัวใจแสนแช่มชื่น อีกไม่กี่นาทีข้างหน้าคนที่ทำได้เพียงนึกถึงกันก็จะมายืนให้เห็นตัวเป็นๆ ได้คุย ได้สบตากัน

                สรรพนามที่เรียกกันจนคุ้นเมื่อยาม ‘เคยรัก' ยังคงไว้ เพราะเธอไม่อยากทำร้ายความรู้สึกกันมากเกินไป อย่างไร...ก็เคยรักกัน..

                วันนี้....เป็นวันที่เราจะได้พบกันอีกครั้ง หญิงสาวคนที่เป็นเพื่อนคนสำคัญที่สุดของฉัน

                ฉันวางสาย ออกก้าวเดินไปหาเธอที่รออยู่ ในใจเต้นรัวไม่เป็นจังหวะ เวลาที่ใช้แต่ละย่างก้างจึงดูเนิ่นนานไม่ทันใจเอาเสียเลย และแล้ว...ผู้หญิงในชุดเสื้อกระโปรงสีขาวมีระบายลูกไม้น่ารักก็โบกมือทักทายฉันให้เห็นแต่ไกลจากร้านค้าตรงหัวมุมนั้น

.................................. 

             

               "นี่ป๊า อยากไปด้วยรึเปล่า" เธอถามความเห็นฉัน....

                กว่าจะขับรถมาถึงรีสอร์ทนี้ก็เย็นมากแล้ว บ้านพักหลังงามต่างพร้อมใจกันเปิดไฟสีแดงนวลดูเย็นตา ภายนอกรถที่เรานั่งอยู่จึงดูสว่างไสวงดงามในยามค่ำคืนเช่นนี้ เสียงร้องคาราโอเกะจากห้องจัดเลี้ยงดังแว่วมาตามลม ฉันเหม่อออกมองออกไปนอกกระจกรถตามทิศทางนั้นอย่างใช้ความคิด... 

                "ยังไงก็ได้ แต่ม้าล่ะสะดวกใจรึเปล่า" ฉันถามเธอกลับ

                ไม่มีอะไรที่ฉันต้องกลัว ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทประกันภัยชื่อดังที่อยู่ในงานเลี้ยงนั้น ผู้เป็นพ่อของคนที่นั่งอยู่ตรงหน้าฉัน เขาและฉันต่างก็รู้จักกันมานาน แม้ตอนนี้....จะไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว ฉันไม่ใช่คนรักของลูกสาวเขาอีกต่อไป แต่สำหรับฉันยังคงให้ความเคารพเขาคนนั้นอยู่เสมอ

                "งั้น....ป๊ารอที่รถล่ะกันนะ" เธอตัดสินใจให้ฉัน แล้วหอบข้าวของที่ซื้อมาฝากผู้เป็นพ่อเดินลงจากรถไป

                ฉัน...คงได้แต่อยู่ในเงา เป็นคนที่ห่วงใยอย่างเงียบๆ มาเป็นอยู่เพื่อนยามที่เธอต้องการ ให้คำปรึกษายามที่เธอท้อแท้มีปัญหา เป็นเพื่อนแสนดีที่รักเธอมากมาย เธอจะรู้บ้างไหม สิ่งที่ฉันทำอยู่นี้มันไม่ง่ายเลยสักนิด

                ...ผ่านไปไม่นาน เธอเดินยิ้มแป้นกลับมา การได้มาพบพ่อที่นานๆจะว่างแวะมาเจอกันเสียทีทำให้เธอดูแช่มชื่นใจยิ่งนัก ราวกับความสุขในใจเธอส่งมาถึงฉันด้วย เพียงเห็นรอยยิ้มของเธอฉันก็ยิ้มตอบ........

                "..นับเป็นช่วงชีวิตที่ดีที่สุด แม้เป็นแค่เพียงเวลาสั้น ๆ ที่เคยเกิดขึ้นกับฉัน... เพราะเธอ ..."

                เสียงเพลงโปรดที่ฉันชอบฟังดังมาจากเครื่องเล่นซีดีของเธอ ทันทีที่ได้ฟังฉันก็เผลอปากบอกเธอไปว่านี่โปรดของฉัน ไม่ได้ตั้งใจเลยจะทำให้เธอคิดมาก...แต่ดูเหมือนเธอจะคิดไปแล้ว จึงพยายามหาเรื่องขึ้นมาคุยเฉไฉเพราะไม่อยากรับรู้ใจความในเพลง รึฉันคิดมากไปเอง ที่จริง..เธออาจแค่อยากคุยกับฉันจริงๆ..

.........................

                เธอมาส่งฉันที่เดิม แล้วยื่นถุงขนมและถุงข้าวโพดต้มหลายฝักมาให้ฉันบอกว่าเป็นของฝาก สิ่งเล็กน้อยที่เธอหยิบยื่นมาทำให้ใจฉันที่แห้งแล้งลงไปเมื่อครู่สดชื่นขึ้นอีกครา ฉันยิ้มกว้างทีเดียว 

                เธอขับรถจากฉันไปพร้อมกับรอยยิ้มหวานตรึงใจที่ฉันแสนเฝ้าคิดถึง วันนี้ใจฉันเป็นสุขเหลือเกิน ฉันเดินลอยๆกลับไปที่มอเตอร์ไซด์คู่ใจคันเก่าแก่ แล้วขับมันกลับไปทำงานที่คั่งค้างเอาไว้ให้เสร็จทันพรุ่งนี้...

                ....พิมพ์ไปได้ไม่เท่าไหร่ฉันก็เหลือบมองนาฬิกาที่ผนัง หนึ่งทุ่มสี่สิบนาที ป่านนี้เธอคงถึงที่พักแล้ว ฉันคิด ล้วงมือหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงแล้วกดโทรออก เสียงเพลงรอสายดังอยู่นานเธอก็ไม่รับสาย ฉันจึงกดวาง ป่านนี้เธอคงอยู่กับ ‘คนรัก' สินะ คิดแล้วห่อเหี่ยวใจเหลือเกิน...

                เสียงเรียกเข้าแบบมาตรฐานดังขึ้น ฉันยกขึ้นดูแล้วรีบกดรับทันที ... เธอโทรกลับมา

                "ถึงบ้านแล้วหรือคะ" ฉันถามอย่างห่วงใย ทั้งที่รู้ว่าที่นั่นมีคนคอยดูแลเธออยู่แล้ว

                "ค่ะถึงแล้ว ป๊าละคะ" เธอถามฉันกลับบ้าง แต่ก็คงเป็นเพียงคำถามตามมารยาท เพราะเธอไม่เคยคุยกับฉันเกินหนึ่งนาทีเลยสักครั้งตั้งแต่ห่างกันไป

                "ค่ะถึงแล้วเหมือนกัน งั้น...แค่นี่นะคะ" ไม่อยากรบกวนเวลาอันมีค่าของเธอสักนิด ฉันรู้ดีตอนนี้เธออยู่กับใคร

                "นี่ป๊า ...โอเคนะคะ" เธอคำถามที่ดูแสนง่าย แต่ช่างบาดลึกเข้าไปในความรู้สึกอย่างร้ายกาจ ฉันโอเคไหม นี่ฉันสบายดีใช่ไหม ฉันเองก็ไม่รู้ ความรู้สึกเมื่อได้ยินมันมึนตื้อไปหมด ...แต่ฉันก็ตอบกลับไปในที่สุด

                ".......ค่ะ.. ป๊าโอเค ไปพักเถอะค่ะ" ฉันบอกเสียงเรียบ แต่ในใจราวกลับถูกเข็มทิ่มแทงให้เจ็บแปลบขึ้นมา

                "ค่ะ ป๊าก็เหมือนกันนะ" เธอว่าแล้วตัดสายไป

                ฉันยังคงถือโทรศัพท์ฟังเสียงสัญญาณที่ขาดหายค้างอยู่ น้ำใสๆไหลออกมาจากตาของฉัน

                ไม่รู้สิ การจะลืมใครสักคนที่เป็นที่รักไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับฉัน และสิ่งที่ยากที่สุดคือการต่อสู้กับความรู้สึกในใจของตนเอง คิดถึง...เป็นห่วง...อยากเจอหน้า ทำเอาฉันแทบบ้าในปีแรก จวบจนเข้าปีที่สอง....คิดว่าใจแข็งแรงดีจึงกล้ากลับไปเจอ แต่แล้ว...ทุกๆครั้ง...ความพยายามที่ผ่านมาก็ต้องพังทลายครืนลงอย่างหมดท่า....

                ภายใต้ท่าทีที่เฉยๆสบายๆ ยิ้มแย้ม หัวเราะกันเหมือนเคย เธอจะรู้บ้างไหม...ข้างในนั้น...ใจฉันท่วมไปด้วยน้ำตา ฉันไม่ได้เข้มแข็งอย่างที่เธอคิดหรอกนะ...

                เวลาเพียงสองปี ไม่อาจลบเลือนความทรงจำมากมายที่พันผูกหัวใจฉันไว้ได้เลย ฉันอยากก้าวเดิน แต่เยื่อใยที่มียังคงดึงรั้งไว้อย่างแน่นหนา ทำให้ฉันต้องย้อนกลับมาเริ่มต้นใหม่ทุกครั้ง.....ทุกครั้งที่เราพบกันอย่างนี้ 

                "นี่...โอเครึเปล่าคะ" 

                แล้วเธอจะทำอย่างไรเล่า.....ถ้าฉันบอกความจริงกับเธอไป...ว่าใจฉันมันไม่โอเค

edit @ 10 Nov 2008 03:25:50 by ミ★Kaemi ミ★

ping

 

...เหตุใด เราจึงมักมองความรักเป็นรองมาจากเรื่องของเพศเสมอ...ทั้งที่จริงแล้ว...คำว่าความรักไม่เคยมีเพศ  แต่ตัณหาความใคร่ก็ยังคงเป็นสิ่งที่ปถุชนทุกคนพึงปรารถนา  อย่างไรก็ตามการรักษาวัฒนธรรมดีงามอย่างคนไทยก็เป็นสำนึกที่เราพึงมีอยู่... ..ทุกวันนี้ เด็กรุ่นใหม่มากมายกำลังหลงทางตามกระแสวัตถุนิยม  ไม่มีแนวคิดและความเข้าใจในตัวเอง  ตุ๊ด เกย์ ทอม ดี้ มีกันเห็นให้เกลื่อน  ความรักไม่ใช่สิ่งผิด แต่รักอย่างไรให้รักเป็น..รักอย่างไรให้งดงาม...เขามักออกมาเรียกร้อง กล่าวว่าสังคมที่ไม่ยอมรับว่าไม่เปิดใจรับโลกที่เปลี่ยนไปแล้ว  แต่หากเอาใจเขามาใส่ใจเราแล้วล่ะ คุณคิดว่าสิ่งนั้นถูกต้องแล้วหรือ  การยอมรับเคารพตนเองนั้นเป็นสิ่งที่ดีและกระทำได้ และสิ่งนั้นก็เป็นสิ่งที่ผู้อื่นในสังคมเองก็มีสิทธิ์เช่นกัน  การเรียกร้องให้คนอื่นยอมรับในสิทธิของความเป็นเรานั้น  เราก็ต้องเคารพสิทธิและความคิดเห็นของผู้อื่นฉันนั้น ...หากโลกนี้ทุกคิดอะไรเหมือนกัน  ก็คงไม่ต้องมีกฎหมาย หรือเกิดสงคราม ...เหตุใด ท่านต้องวุ่นวายกับสิ่งลวงตาเพื่อให้สังคมนั้นยอมรับจนลืมไปว่าสิ่งสำคัญที่สุดนั้นคืออะไร..ความรักไม่ว่าเพศใด...หรือใช้คำนำหน้าอย่างไร...หรือจะจดทะเบียนสมรสกันได้หรือไม่...ก็มิอาจยั่งยืนได้หากปราศจากความรักที่ซื่อสัตย์มั่นคง...สำหรับคุณแล้ว...ความรักคืออะไร?

....หวังเป็นอย่างยิ่งว่าหากได้อ่านนิยายเรื่องนี้แล้ว...หลายๆท่านจะได้มุมมองที่เปิดกว้างกับความรักมากยิ่งขึ้น...ขอบคุณคุณราชวดีที่แต่งนิยายที่งดงามเรื่องนี้ให้ได้อ่าน...อ่านแล้วมีความสุขจริงๆ

 

 

นิยายวายๆของลูกหมาเอง..

posted on 10 Jun 2008 00:42 by perritoaengaeng  in Novel

                                          

เป็นคนเขียนเล่าเรื่องไม่เก่ง  พูดก็ไม่เก่ง  และไม่ชอบอ่านหนังสือ  (ไม่เอาถ่านซักอยาง..เฮ้อ)   แต่หลังจากได้เริ่มอ่าน  ก็พบว่ามีเรื่องราวดีๆทั้งสนุก สุข เศร้าของนักเขียนดีๆอยู่มากมาย  จนรู้สึกที่อยากจะเขียนเรื่องราวของตนเองถ่ายทอดออกไปเป็นตัวอักษรบ้าง   คงไม่มีสำนวนสวยหวานจรรโลงใจ  ก็แค่....ความสุขเล็กๆของลูกหมาตัวหนึ่ง....

เรื่องแรก  "กะว่าจะไปพักร้อน (จริงๆ)"

เรื่องที่สอง   "กลางสายฝน"

edit @ 6 Nov 2008 20:58:16 by ミ★Kaemi ミ★